ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร

ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร การปฏิบัติหน้าที่มีดังนี้

  1. ในการรับรองลายมือชื่อของบุคคลหรือคำสาบานของบุคคล ทนายความผู้ทำคำรับรอง จะต้องให้ผู้ลงลายมือชื่อหรือให้

    คำสาบานมาปรากฏตัวด้วยตนเองและจะต้องตรวจ สอบบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลนั้นๆ รวมทั้งความสมัครใจ

    และต้องให้แน่ใจว่าบุคคลที่จะลงลายมือชื่อหรือให้คำสาบาน ตนนั้นทราบถึงความสำคัญของการลงลายมือหรือ

    คำสาบานนั้นด้วย

  2. ในการปฏิบัติหน้าที่ทนายความผู้ทำคำรับรอง จะทำหน้าที่ในฐานะพยานรู้เห็นโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และไม่เห็น

    แก่เงินสินจ้างหรือค่าตอบแทนเว้นแต่ค่าธรรมเนียมตามสมควรหรือตาม ที่กฎหมายหรือข้อบังคับหรือระเบียบ

    ของสภาทนายกำหนดไว้

  3. ทนายความผู้ทำคำรับรอง พึงกระทำการเฉพาะในสิ่งที่เป็นอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะเจาะจงของตนเท่านั้น ไม่พึงก้าวล่วงไป

    ให้คำแนะนำหรือทำคำรับรองนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือตามประเพณีปฏิบัติเกี่ยวกับงานในอำนาจหน้าที่ทนายความผู้ทำคำรับรอง

  4. ในการรับรองลายมือชื่อของบุคคลหรือคำสาบานของบุคคล ทนายความผู้ทำคำรับรอง จะต้องให้ผู้ลงลายมือชื่อหรือให้

    คำสาบานมาปรากฏตัวด้วยตนเองและจะต้องตรวจ สอบบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลนั้นๆ รวมทั้งความสมัครใจ

    และต้องให้แน่ใจว่าบุคคลที่จะลงลายมือชื่อหรือให้คำสาบาน ตนนั้นทราบถึงความสำคัญของการลงลายมือหรือ

    คำสาบานนั้นด้วย

  5. ทนายความผู้ทำคำรับรอง จะต้องไม่ออกคำรับรองเท็จ หรือคำรับรองที่ไม่ครบถ้วนบริบูรณ์ ทั้งจะต้องไม่เกี่ยวข้อง

    กับเอกสารหรือธุรกรรมใดๆ ที่เป็นเท็จมีลักษณะหลอกลวงหรือฉ้อฉล

  6. ทนายความผู้ทำคำรับรอง จะถือว่างานในหน้าที่นี้เป็นการบริการต่อสาธารณชน จึงต้องให้บริการโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม

    และไม่เลือกปฏิบัติ

  7. ในการปฏิบัติหน้าที่ทนายความผู้ทำคำรับรอง จะต้องทำการบันทึกและเก็บสำเนาเอกสารการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความ

    ผู้ทำ คำรับรอง ในสมุดบันทึกงานทุกรายการ และต้องเก็บรักษาสมุดบันทึกดังกล่าวไว้ที่สำนักงานของตน หรือในที่ปลอดภัยอื่นๆ

  8. ทนายความผู้ทำคำรับรอง จะต้องให้ความสำคัญแก่ความถูกต้องของข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้โดยเอกสารและ การกระทำ

    ที่ชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่าความต้องการหรือความคาดหวังของบุคคลที่มา ขอให้ทำคำรับรอง

  9. ในการปฏิบัติหน้าที่ทนายความผู้ทำคำรับรอง จะทำหน้าที่ในฐานะพยานรู้เห็นโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และไม่เห็น

    แก่เงินสินจ้างหรือค่าตอบแทนเว้นแต่ค่าธรรมเนียมตามสมควรหรือตาม ที่กฎหมายหรือข้อบังคับหรือระเบียบ

    ของสภาทนายกำหนดไว้

  10. ในกรณีที่ต้องใช้ตราประทับ ทนายความผู้ทำคำรับรองจะต้องระมัดระวังเก็บรักษาดวงตราไว้เพื่อการรับรองโดย เคร่งครัด

    และต้องไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นใดนำดวงตราดังกล่าวไปใช้เพื่อการใดๆ โดยเด็ดขาด

  11. ทนายความผู้ทำคำรับรอง จะปฏิบัติหน้าที่เมื่อได้รับการร้องขอเท่านั้น และต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือประเพณี

    ที่มีอยู่ในขณะนั้น

  12. ทนายความผู้ทำคำรับรอง พึงต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้ที่มาใช้บริการ และจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือ

    ความลับที่ตนได้รับมาเนื่องจาก หน้าที่ทนายความผู้ทำคำรับรองเพื่อการใดๆ เว้นแต่ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความผู้ทำคำรับรองหรือมี กฎหมายหรือคำสั่งศาลให้เปิดเผยได้

Comments

แสดงความคิดเห็น